การอ่าน ข้อ 44–45 เติมคำในช่องว่าง + ใจความหลักของเนื้อความ
การอ่าน · ยากที่สุด
ถ้าตั้งเป้าระดับ 3 ให้เดา
ข้อ 44–45 เป็นช่วงที่โจทย์เติมคำในช่องว่าง (ข้อ 44) และโจทย์หาใจความหลัก (ข้อ 45) ปรากฏพร้อมกันจากบทความสั้นหนึ่งเรื่อง เนื้อความส่วนใหญ่เป็นบทความเชิงวรรณกรรมที่คลี่คลายหัวข้อนามธรรม เช่น เวลา ความสัมพันธ์ การเติบโต ความสมดุล ผ่านการเปรียบเปรย ระดับคำศัพท์สูง และหากอ่านคำเปรียบเปรยตามตัวอักษรตรง ๆ ก็ยิ่งสับสนได้ง่าย โจทย์ช่องว่างข้อ 44 กุญแจสำคัญอยู่ที่ตรรกะของบริบท มากกว่าความรู้ทางไวยากรณ์ ต้องตัดสินก่อนว่าประโยคก่อนและหลังช่องว่างเป็นความสัมพันธ์แบบต่อเนื่องหรือขัดแย้ง เน้นย้ำหรือผ่อนคลาย โดยเฉพาะต้องฝึกแยกความแตกต่างระหว่างสำนวนที่พลิกทิศทาง เช่น '다만', '그러나', '오히려' กับสำนวนที่บอกระดับหรือเวลา เช่น '쉴 새 없이', '마침내' โจทย์ใจความหลักข้อ 45 ต้องหาสารหนึ่งเดียวที่แทรกซึมอยู่ทั่วทั้งเนื้อความ ซึ่งบทความเชิงวรรณกรรมมักบีบอัดข้อสรุปไว้ในประโยคสุดท้ายเพียงประโยคเดียว แต่ประโยคนั้นก็ถูกแสดงออกผ่านการเปรียบเปรยเช่นกัน จึงต้องประกอบความหมายที่การเปรียบเปรยนั้นชี้ไปถึง ไม่ใช่คำผิวเผิน จึงจะไปถึงคำตอบที่ถูกต้องได้ โจทย์ประเภทนี้ 'ความเคยชินในการตีความคำเปรียบเปรย' มีผลต่อคะแนนมากกว่าคลังคำศัพท์ หากฝึกตรวจสอบเป็นประจำเวลาอ่านบทความสั้น ๆ ทั่วไปว่าประโยคสุดท้ายสรุปคำเปรียบเปรยก่อนหน้าอย่างไร ก็จะช่วยประหยัดเวลาในสนามจริงได้มาก
เติมคำในช่องว่าง + ใจความหลักของเนื้อความ
- 담담하다 — สงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ออกมามาก
- 관조적이다 — ท่าทีที่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่ถอยออกมามองอย่างใจเย็น
- 성찰하다 — หวนคิดทบทวนความคิดและพฤติกรรมของตนเองอย่างลึกซึ้ง
- 잔잔하다 — สงบและสบาย โดยไม่มีอารมณ์หรือน้ำเสียงที่แกว่งไกวรุนแรง
- 낙관적이다 — ท่าทีที่คาดหวังอย่างสดใสว่าสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตจะเป็นไปด้วยดี
- 긍정적이다 — ท่าทีที่ยอมรับสถานการณ์หนึ่งในทางที่ดีและยังคงความหวังไว้
- 회의적이다 — ท่าทีที่กังขาและไม่แน่ใจว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นจริงหรือไม่
- 반성적이다 — ท่าทีที่หวนคิดถึงและสำนึกผิดในความผิดพลาดหรือข้อบกพร่องของตนเอง
- 함축적이다 — ลักษณะที่แฝงความหมายไว้ในคำพูดหรือสำนวนโดยไม่เผยออกมาตรง ๆ
- 통찰력이 있다 — มีสายตาที่ลึกซึ้งมองทะลุสิ่งต่าง ๆ หรือปรากฏการณ์ได้
- 여운을 남기다 — อารมณ์หรือความคิดยังคงค้างอยู่นานแม้จะอ่านจบแล้ว
- 초연하다 — ใจเย็น ไม่ยึดติดกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากนัก
- ความสัมพันธ์เชิงตรรกะระหว่างประโยคก่อนและหลังช่องว่าง (ต่อเนื่อง·ขัดแย้ง·เน้นย้ำ·ผ่อนคลาย)
- ความหมายที่แท้จริงซึ่งคำเปรียบเปรยชี้ไปถึง
- ประโยคใจความหลักที่ถูกบีบอัดไว้ในประโยคสุดท้าย
- ตัดสินก่อนว่าประโยคก่อนและหลังช่องว่างไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกัน
- เลือกสำนวนในตัวเลือกที่ตรงกับความสัมพันธ์เชิงตรรกะของบริบท
- หาคำเปรียบเปรยที่แทรกซึมอยู่ทั่วทั้งเนื้อความแล้วประกอบความหมาย
- ตรวจสอบว่าประโยคสุดท้ายสรุปคำเปรียบเปรยก่อนหน้าอย่างไรเพื่อยืนยันใจความหลัก
- อ่านคำเปรียบเปรยตามตัวอักษรตรง ๆ แล้วตีความไปในความหมายที่ผิดทาง
- เลือกตัวเลือกที่ไวยากรณ์ไม่ผิดปกติแต่ตรรกะของบริบทกลับสวนทาง
เป็นช่วงที่ความสามารถในการตีความคำเปรียบเปรยสำคัญกว่าคลังคำศัพท์ หากรู้รูปแบบที่ข้อสรุปถูกบีบอัดไว้ในประโยคสุดท้าย ก็จะเก็บข้อ 45 ได้อย่างรวดเร็ว