การอ่าน ข้อ 28–31 เนื้อหาที่เติมลงในช่องว่าง (เนื้อความให้ข้อมูล)

การอ่าน · ยาก

เลือกทำได้

เป็นข้อสอบที่ให้อ่านเนื้อความให้ข้อมูลหนึ่งย่อหน้า แล้วเลือกเนื้อหา (ประโยคหรือวลี) ที่เหมาะสมสำหรับเติมลงในช่องว่าง ไม่ใช่แค่การเติมไวยากรณ์จุดเดียว แต่ต้องตามลำดับเหตุผลของเนื้อความทั้งหมด แล้วอนุมานว่า 'เนื้อหา' แบบใดควรอยู่ในตำแหน่งช่องว่างนั้น เนื้อความให้ข้อมูลมักมีโครงสร้างที่แนะนำปรากฏการณ์หรือแนวคิดหนึ่งอย่าง แล้วอธิบายสาเหตุ กระบวนการ และผลลัพธ์ตามลำดับ ช่องว่างมักเป็นจุดที่เว้นไว้หนึ่งช่วงของลำดับเหตุผลนี้ จึงต้องดูทั้งว่าประโยคก่อนช่องว่างกำลังอธิบายอะไรอยู่ และประโยคหลังช่องว่างรับช่วงต่อจากสิ่งนั้นอย่างไร คำตอบจึงจะปรากฏ ข้อนี้มักสับสนกับช่องว่างคำเชื่อมในข้อ 21–22 แต่ข้อ 21–22 คือการเลือกคำเพียงคำเดียว ในขณะที่ข้อนี้ต้องประกอบและเลือก 'เนื้อหา' ที่มีขนาดเท่าหนึ่งประโยคด้วยตนเอง ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างกัน กับดักที่พบบ่อยในข้อสอบประเภทนี้คือการมองแค่คำที่อยู่ใกล้ช่องว่างแล้วเดาคำตอบจากความรู้ทั่วไปที่ฟังดูสมเหตุสมผล ตัวอย่างเช่น ความรู้ทั่วไปที่ว่า 'เมืองร้อน' นั้นถูกต้อง แต่ถ้าดึงสาเหตุอื่น (เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศ) ที่ต่างจากสาเหตุที่เนื้อความอธิบายไว้จริง (กระบวนการที่คอนกรีตปล่อยความร้อนออกมาช้า) มาใช้ คำตอบนั้นจะผิดในเชิงตรรกะ ต้องจำไว้ว่าข้อสอบประเภทนี้เป็นเรื่องของการตามความสัมพันธ์เหตุ-ผลที่ใช้ได้เฉพาะภายในเนื้อความนั้น ไม่ใช่ความรู้ทั่วไป เพื่อไม่ให้หลุดจากลำดับเหตุผลของเนื้อความ ต้องรู้ให้แม่นยำว่าคำเชื่อมที่เชื่อมประโยคต่อประโยค (เช่น 예를 들어 (ตัวอย่างเช่น), 반면에 (ในทางกลับกัน), 이처럼 (เช่นนี้), 이러한 이유로 (ด้วยเหตุนี้) ฯลฯ) แสดงความสัมพันธ์แบบใด เพราะคำเชื่อมจะกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าช่องว่างควรเป็นตัวอย่าง เนื้อหาที่ขัดแย้งกัน หรือผลลัพธ์ของเนื้อหาก่อนหน้า ข้อสอบประเภทนี้จัดอยู่ในช่วงที่มีความยากสูงของการอ่าน TOPIK II ระดับคำศัพท์ก็สูง และต้องเข้าใจเนื้อความทั้งหมดจึงจะเติมช่องว่างได้ จึงใช้เวลานาน หากตั้งเป้าระดับ 3 ควรลองทำช่วงนี้เฉพาะเมื่อมีเวลาเหลือเท่านั้นจึงจะมีประสิทธิภาพ

เนื้อหาที่เติมลงในช่องว่าง (เนื้อความให้ข้อมูล)

เป็นความยากระดับยาก จึงไม่จำเป็นสำหรับเป้าหมายระดับ 3 หากมีเวลาเหลือหรือมุ่งระดับที่สูงกว่า ก็คุ้มค่าที่จะฝึกอ่านลำดับเหตุผลของเนื้อความไว้