การฟัง ข้อ 47–48 การสนทนา — ข้อที่ตรงกัน + ทัศนคติ
การฟัง · ยากที่สุด
ถ้าตั้งเป้าระดับ 3 ให้เดา
เป็นประเภทข้อสอบที่ฟังบทสนทนาซึ่งคนสองคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม แล้วตอบคำถามสองข้อ ข้อ 47 ให้เลือกตัวเลือกที่ตรงกับเนื้อหาการสนทนา ส่วนข้อ 48 ให้เลือกทัศนคติของผู้พูดคนใดคนหนึ่ง (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) — ว่ากังวล มองในแง่ดี หรือระมัดระวัง บทสนทนามักมีโครงสร้างที่พิธีกร (ผู้ชาย) เปิดประเด็น แล้วผู้เชี่ยวชาญ (ผู้หญิง) เสริมคำอธิบายและความคิดเห็น หัวข้อที่ออกมักเป็นเรื่องที่ความเห็นแบ่งฝ่ายได้ เช่น นโยบายเมือง ระบบสังคม ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม และส่วนใหญ่ผู้พูดจะไม่กล่าวถึงแต่ข้อดีเท่านั้น แต่มักพูดถึงความกังวลหรือเงื่อนไขที่ต้องมีควบคู่กันไปด้วย คำตอบที่ถูกต้องของโจทย์ทัศนคติซ่อนอยู่ใน 'ส่วนที่พูดพร้อมแนบเงื่อนไข' นี้เอง ข้อ 47 (ข้อที่ตรงกัน) แก้ได้ด้วยการนำคำพูดของผู้พูดทั้งสองคนไปเทียบกับตัวเลือกทีละข้อ แต่ข้อ 48 (ทัศนคติ) ไม่ได้ถามว่าผู้พูดพูดอะไร แต่ถามว่าพูด 'ด้วยท่าทีแบบไหน' จึงมักเกิดกรณีที่เข้าใจเนื้อหาแล้วแต่ยังตอบผิด เพราะไม่รู้จักคำแสดงทัศนคติเอง (การแสดงความกังวล การมองในแง่ดี การเข้าหาอย่างระมัดระวัง การโต้แย้ง) การรวบรวมคำศัพท์ที่แสดงทัศนคติไว้ต่างหากคือการเตรียมตัวหลักของข้อสอบประเภทนี้ หากตั้งเป้าระดับ 3 ช่วงนี้ก็ควรวางแผนเวลาโดยตั้งสมมติฐานว่าจะเดาเช่นกัน จะได้เปรียบกว่า
การสนทนา — ข้อที่ตรงกัน + ทัศนคติ
- 우려를 제기하다 — หยิบยกประเด็นที่น่ากังวลขึ้นมาพูดอย่างระมัดระวัง เป็นภาคแสดงหลักของ 'ทัศนคติที่กังวล' ในโจทย์ทัศนคติ
- 신중하게 접근하다 — เป็นทัศนคติที่ไม่รีบสรุปผล แต่พิจารณาหลายแง่มุมอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
- 낙관하다 — มองสถานการณ์ในอนาคตไปในทางบวก มักใช้ในรูป '낙관적이다/낙관하는 태도' และมักถูกนำไปเปรียบเทียบในฐานะทัศนคติตรงข้ามกับความกังวล
- 동의하다 — ยอมรับว่าความคิดเห็นของอีกฝ่ายถูกต้อง ในบทสนทนา ฉากที่ตอบข้อสังเกตของพิธีกรด้วยคำว่า '맞습니다' ก็คือการแสดงความเห็นด้วยนั่นเอง
- 이견을 보이다 — แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากอีกฝ่าย ใช้เมื่อไม่ได้โต้แย้งอย่างเต็มที่ แต่ต้องการแสดงว่าคิดไม่เหมือนกัน
- 유보적 태도를 보이다 — เป็นทัศนคติที่ไม่แสดงจุดยืนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน แต่เลื่อนการตัดสินใจออกไป ปรากฏให้เห็นในคำพูดที่แนบเงื่อนไข เช่น '~라고 단정하기는 이르다'
- 완곡하게 지적하다 — ชี้ปัญหาด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวลโดยไม่วิจารณ์ตรง ๆ สัญญาณคือประโยคอ้อมค้อม เช่น '~일 수도 있지 않을까요'
- 전제를 달다 — แนบเงื่อนไขไว้ก่อนแล้วจึงแสดงความคิดเห็น สัญญาณของทัศนคตินี้คืออนุประโยคเงื่อนไข เช่น '~라면' หรือ '~가 마련된다면'
- 절충안을 제시하다 — เสนอทางเลือกที่ประนีประนอมระหว่างจุดยืนที่แตกต่างกัน เป็นทัศนคติที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว
- 회의적이다 — เป็นทัศนคติที่ไม่เชื่อว่าข้อเสนอหรือแผนงานหนึ่งจะประสบผลสำเร็จจริง แม้เป็นเชิงลบแต่ต่างจากการคัดค้านอย่างรุนแรง
- 생업 — งานที่ทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ ใช้ในบทสนทนาที่เกี่ยวกับนโยบายหรือระบบ เพื่อกล่าวถึงฐานการดำรงชีวิต เช่น '상인들의 생업'
- 제도적 장치 — กฎระเบียบหรือขั้นตอนที่จัดเตรียมไว้เพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาหนึ่ง ๆ มักปรากฏในบทสนทนาหลังจากยอมรับความกังวลแล้ว ในฐานะทางออกที่เสนอขึ้นมา
- คำตอบที่เริ่มต้นด้วยการเห็นพ้องกับคำถามของพิธีกร เช่น '맞습니다', '저도 그 부분은'
- คำแสดงเงื่อนไขหรือความกังวลที่ต่อท้ายข้อดี ('그런데', '다만', '~게 아니라면')
- ประโยคที่เน้นย้ำความจำเป็นของระบบหรือมาตรการเสริม ('~장치가 함께 마련되지 않으면')
- จับหัวข้อและประเด็นของบทสนทนาจากคำถามของพิธีกร (ผู้ชาย) เป็นอันดับแรก
- จับทิศทางกว้าง ๆ ว่าคำตอบแรกของผู้เชี่ยวชาญ (ผู้หญิง) เป็นเชิงบวกหรือเชิงลบ
- ฟังเนื้อหาเงื่อนไขหรือความกังวลที่ตามหลัง '그런데/다만' ให้แม่นยำ
- ตัดสินทัศนคติจากวิธีที่ผู้พูดตอบสนองต่อความกังวลนั้น (เห็นด้วย โต้แย้ง หรือเสนอทางเลือก)
- เข้าใจผิดว่าเนื้อหาในคำถามของพิธีกรคือคำตอบของผู้เชี่ยวชาญ จนตอบโจทย์ข้อที่ตรงกันผิด
- ฟันธงว่าเป็น 'ทัศนคติมองในแง่ร้าย' ทันทีเพียงเพราะมีการพูดถึงความกังวล — ซึ่งต่างจาก 'ทัศนคติที่ระมัดระวัง' ที่เห็นพ้องกับความกังวลแต่ก็ยังแสวงหาทางเลือกอื่นควบคู่ไปด้วย
เป็นช่วงที่ต่อให้เข้าใจเนื้อหา แต่ถ้าไม่รู้คำแสดงทัศนคติก็แก้โจทย์ไม่ได้ หากตั้งเป้าระดับ 3 การเก็บคะแนนช่วงอื่นให้ได้สำคัญกว่าการท่องจำคำศัพท์แสดงทัศนคติ