การฟัง ข้อ 33–34 เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร (หัวข้อ) + เนื้อหาที่ตรงกัน
การฟัง · ยาก
เล็งเก็บแค่ข้อ 33 (หัวข้อ)
ข้อ 33–34 ไม่ใช่บทสนทนา แต่เป็นรูปแบบข้อสอบที่ฟังคำบรรยายของคนคนเดียวที่อธิบายหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ข้อ 33 ให้เลือกหัวข้อว่าคำบรรยายนี้ 'พูดถึงเรื่องอะไร' ส่วนข้อ 34 ให้เลือกตัวเลือกที่ตรงกับรายละเอียดของเนื้อหา ต่างจากโจทย์แบบบทสนทนาตรงที่มีผู้พูดเพียงคนเดียว จึงมีเบาะแสจากน้ำเสียงให้พึ่งพาน้อยกว่า ต้องจับหัวข้อและข้อมูลรายละเอียดจากโครงสร้างเนื้อหาเพียงอย่างเดียว สาเหตุที่ทำให้ตอบผิดในข้อ 33 มากที่สุดคือการเข้าใจผิดว่าตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมซึ่งตามหลัง '예를 들어' (ยกตัวอย่างเช่น) คือหัวข้อเอง คำบรรยายมักนำเสนอประเด็นในประโยคแรกหนึ่งถึงสองประโยคของช่วงต้น ส่วนช่วงกลางจะเต็มไปด้วยตัวอย่างที่สนับสนุนประเด็นนั้น ไม่ว่าตัวอย่างจะเป็นรูปธรรมหรือน่าประทับใจแค่ไหน ต้องจำไว้ว่ามันไม่ใช่หัวข้อ แต่เป็นเพียงกรณีตัวอย่างที่อธิบายหัวข้อเท่านั้น โจทย์เนื้อหาที่ตรงกันในข้อ 34 คำตอบมักมาจากประโยคพลิกกลับหรือประโยคเสริมในช่วงท้ายของคำบรรยาย ('다만' '그런데' '~만은 아니다') โครงสร้างทั่วไปคือนำเสนอความเข้าใจทั่วไปหรือคำอธิบายทั่วไปในช่วงต้นก่อน แล้วพลิกกลับในช่วงท้ายว่า 'ในความเป็นจริงกลับต่างออกไป' ถ้าฟังแค่เนื้อหาช่วงต้นแล้วด่วนเลือกคำตอบ ก็จะติดกับดักได้ง่าย คำบรรยายมีความยาวมากกว่าโจทย์แบบบทสนทนาในช่วงต้น และระดับคำศัพท์ก็สูงกว่า ข้อ 33–34 จึงเป็นหนึ่งในช่วงที่รู้สึกยากที่สุดในการฟังทั้งหมด ถ้าเวลาไม่พอ การตั้งเป้าให้แน่ใจว่าตอบข้อ 33 (หัวข้อ) ถูกอย่างน้อยก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร (หัวข้อ) + เนื้อหาที่ตรงกัน
- 최근 ~고 있다/~가 늘면서/~에 대한 관심이 높아지면서 — สำนวนนำเสนอประเด็นที่บอกว่าคำบรรยายช่วงต้นจะพูดถึงเรื่องอะไร
- 예를 들어/가령/이를테면 — คำสัญญาณที่บอกว่าเนื้อหาที่ตามมาไม่ใช่หัวข้อ แต่เป็นกรณีตัวอย่างที่สนับสนุนหัวข้อ
- 다만/그런데/그러나/사실은 — คำสัญญาณที่บอกว่าข้อมูลที่พลิกกลับหรือเสริมความเข้าใจก่อนหน้าจะตามมา
- ~만은 아니다/~는 것은 아니다/~라고만 볼 수는 없다 — สำนวนปฏิเสธบางส่วน ไม่ใช่การปฏิเสธทั้งหมด แต่หมายถึงเพียงบางส่วนเท่านั้นที่เป็นเช่นนั้น
- 즉/다시 말해/결국 — สำนวนสรุปย้ำที่เรียบเรียงเนื้อหาก่อนหน้าด้วยคำพูดอื่นเพื่อชี้ประเด็นสำคัญอีกครั้ง
- 흔히 ~라고 알려져 있다/보통 ~라고 생각하기 쉽다 — สำนวนนำเสนอความเข้าใจทั่วไปที่บอกล่วงหน้าว่าจะมีการพลิกกลับตามมา
- ~기 때문이다/~가 그 이유다/~에서 비롯되었다 — รูปประโยคที่อธิบายสาเหตุในช่วงกลางของคำบรรยาย
- ~로 이어지고 있다/~할 것으로 보인다/~할 전망이다 — สำนวนที่บอกข้อสรุปหรือแนวโน้มในช่วงท้ายของคำบรรยาย
- 예전에는 ~였다면 요즘은 ~다 — โครงสร้างเปรียบเทียบที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงโดยเทียบอดีตกับปัจจุบัน เมื่อโครงสร้างนี้ปรากฏ การเปลี่ยนแปลงนั้นเองมักเป็นหัวข้อ
- ~기 위한 것이다/~를 겨냥한 것이다/~을 노린 것이다 — รูปประโยคที่อธิบายจุดประสงค์ของการกระทำหนึ่ง ๆ
- 적지 않다/만만치 않다/상당하다 — สำนวนแสดงระดับหรือสัดส่วนที่ทำให้พอเดาขนาดได้โดยไม่บอกตัวเลขตรง ๆ
- ประโยคนำเสนอประเด็นในช่วงต้นของคำบรรยาย ('최근 ~다' 'เมื่อเร็ว ๆ นี้...' หรือ '~가 늘면서' 'เมื่อ...เพิ่มขึ้น')
- กรณีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมซึ่งเริ่มด้วย '예를 들어' (ตัวอย่างเช่น) — เป็นเพียงสิ่งสนับสนุน ไม่ใช่ตัวหัวข้อเอง
- ข้อมูลพลิกกลับหรือเสริมที่ตามมาด้วย '다만' หรือ '그런데'
- จับประเด็นจากสองประโยคแรกของช่วงนำว่าคำบรรยายนี้พูดถึงเรื่องอะไร
- อย่าเข้าใจผิดว่ากรณีตัวอย่างที่ตามหลัง '예를 들어' คือหัวข้อ
- จำไว้ว่าโจทย์เนื้อหาที่ตรงกันมักมีคำตอบอยู่ในประโยคพลิกกลับหรือเสริมในช่วงท้ายของคำบรรยาย
- กรองตัวเลือกที่นำคำจากคำบรรยายมาใช้ซ้ำแต่ข้อเท็จจริงกลับตรงข้ามออกไป
- เข้าใจผิดว่าตัวอย่างหนึ่งคือหัวข้อทั้งหมด
- พลาดประโยคปฏิเสธบางส่วนอย่าง '~만은 아니다' หรือ '~은 아니고' จนเข้าใจข้อเท็จจริงตรงข้ามไป
แค่จับข้อ 33 (หัวข้อ) ให้ได้แน่นอนก็คุ้มแล้ว ส่วนข้อ 34 ที่เป็นเนื้อหาที่ตรงกันนั้น เนื่องจากคำบรรยายยาว ถ้าเวลาไม่พอก็ลดความสำคัญลงได้