การฟัง · ปานกลาง
ต้องเก็บคะแนนนี้ให้ได้ คำตอบมักอยู่หลังคำว่า '그래서' หรือ '제 생각에는'
เป็นข้อสอบที่ให้ฟังบทพูดคนเดียวสั้นๆ ซึ่งผู้พูดเล่าประสบการณ์หรือสถานการณ์อย่างหนึ่งแล้วแสดงความคิดเห็นของตนเอง จากนั้นให้เลือกความคิดหลักของผู้พูดคนนั้น บทพูดส่วนใหญ่จะเริ่มจากการอธิบายสถานการณ์ ผ่านปัญหาหรือจุดเริ่มต้นของเรื่อง แล้วจบลงด้วยข้อสรุปที่ตามหลังคำว่า '그래서' หรือ '제 생각에는' ข้อสอบนี้สับสนกับข้อสอบประเภทเนื้อหาที่ตรงกันในข้อ 13–16 ได้ง่าย แต่ลักษณะต่างกัน ข้อสอบเนื้อหาที่ตรงกันแก้ได้เพียงตรวจสอบข้อเท็จจริงหนึ่งอย่างที่ปรากฏในบทพูดตามตรง ในขณะที่ข้อสอบความคิดหลักต้องรวบรวมสิ่งที่ผู้พูดพูดไว้หลายประโยคให้กลายเป็นข้อสรุปเดียวแล้วจึงเลือกคำตอบ ด้วยเหตุนี้ตัวเลือกทั้งสี่ข้อจึงมักหยิบคำที่ปรากฏในบทพูดมาใช้ข้อละคำ แต่มีเพียงข้อเดียวเท่านั้นที่ตรงกับข้อสรุปจริงของผู้พูด การได้ยินคำที่คุ้นแล้วรีบเลือกทันทีจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ติดกับดักได้ง่าย ช่วงต้นของบทพูดมักเป็นตัวอย่างหรือเรื่องราวที่ผู้พูดเคยประสบ ส่วนสิ่งที่ผู้พูดต้องการจะสื่อจริงๆ นั้นรวมอยู่ในประโยคสุดท้ายหนึ่งหรือสองประโยค ดังนั้นหากฟังทุกส่วนด้วยน้ำหนักความสนใจเท่ากันตั้งแต่ต้นจนจบกลับจะยิ่งสับสน แต่ถ้าเริ่มตั้งใจฟังตั้งแต่จุดที่คำสัญญาณปรากฏขึ้น คำตอบที่ถูกต้องจะชัดเจนขึ้นทันที โดยเฉพาะถ้าช่วงต้นมีคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยหรือคำอธิบายสถานการณ์ที่ยาว ผู้ฟังมักใช้สมาธิไปมากแล้วตั้งแต่ตรงนั้น จนพลาดประโยคสรุปตอนที่มันปรากฏขึ้นจริง จึงควรฟังช่วงต้นแบบผ่านๆ พอให้รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไร แล้วเก็บสมาธิไว้ใช้หลังจากคำสัญญาณปรากฏ กลยุทธ์นี้ได้ผลดีกว่า กับดักที่พบบ่อยที่สุดคือการฟังแค่ตัวอย่างช่วงต้นแล้วเข้าใจผิดว่าเป็นข้อสรุป หรือเลือกเนื้อหารองที่ผู้พูดเอ่ยถึงเพียงผ่านๆ มาเป็นคำตอบ ข้อ 1–20 จากทั้งหมด 50 ข้อของการฟังมีระดับความยากอยู่ที่ง่าย–ปานกลาง แต่กลับมีสัดส่วนคะแนนสูงถึง 40% ของคะแนนการฟังทั้งหมด ดังนั้นเพียงลดความผิดพลาดในข้อสอบประเภทนี้ก็จะช่วยให้เข้าใกล้เกณฑ์สอบผ่านได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ข้อนี้อยู่ในช่วงข้อ 1–20 ซึ่งคิดเป็น 40% ของคะแนนการฟังทั้งหมด เพียงจับคำสัญญาณคำเดียวให้ได้ก็ทำให้อัตราตอบถูกเพิ่มขึ้นมาก หากพลาดจุดนี้ไปจะน่าเสียดายมาก