การฟัง ข้อ 4–8 เลือกคำพูดที่ตามมาได้อย่างเหมาะสม
การฟัง · ง่าย
ต้องเก็บคะแนนนี้ให้ได้แน่นอน แค่ฟังประโยคสุดท้ายเพียงประโยคเดียวก็พอ
ข้อ 4–8 เป็นข้อสอบที่ให้ฟังคำพูดสั้นๆ เพียงครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นคำถาม คำขอร้อง หรือคำชวน แล้วเลือกคำตอบที่ตามมาได้อย่างเป็นธรรมชาติจากตัวเลือก 4 ข้อ ต่างจากข้อ 1–3 ตรงที่ไม่มีภาพประกอบ และตั้งแต่ข้อ 4 เป็นต้นไป เสียงที่เปิดจะไม่ใช่บทสนทนาทั้งหมด แต่เป็นประโยคเดียวของคนคนเดียว ดังนั้นก้าวแรกในการแก้โจทย์คือการแยกให้ได้ว่าประโยคนี้เป็นคำพูดประเภทใด คือคำถาม คำขอร้อง หรือคำชวน รูปแบบของคำพูดเป็นตัวกำหนดประเภทของคำตอบที่เป็นธรรมชาติ คำถามธรรมดาที่ลงท้ายด้วย '-아/어요?' จะตามด้วยประโยคที่ตอบข้อมูลที่ถูกถามตรงๆ ส่วนคำขอร้องอย่าง '-아/어 주시겠어요?' หรือ '-아/어 줄 수 있어요?' จะตามด้วยประโยคที่ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนคำชวนที่ลงท้ายด้วย '-ㄹ까요?' ต้องตามด้วยประโยคที่เห็นด้วยหรือเสนอความเห็นอื่น หากพลาดรูปแบบนี้ไป จะทำให้เลือกตัวเลือกที่เนื้อหาฟังดูสมเหตุสมผลแต่สำเนียงคำพูดผิดที่ผิดทาง เช่น ตอบคำถามด้วยคำอุทานเพียงอย่างเดียว กับดักที่ต้องระวังเป็นพิเศษในรูปแบบข้อสอบนี้คือการรีบเลือกคำตอบเพียงเพราะได้ยินคำใดคำหนึ่งในประโยคสุดท้าย ตัวอย่างเช่น จากคำถาม '우체국이 어디 있는지 아세요?' (ทราบไหมคะว่าที่ทำการไปรษณีย์อยู่ที่ไหน) หากจับได้แค่คำว่า "ที่ทำการไปรษณีย์" ก็อาจถูกดึงไปเลือกตัวเลือกที่เกี่ยวกับเวลาทำการหรือการส่งพัสดุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับที่ทำการไปรษณีย์ก็จริง แต่ไม่ตรงกับแก่นของคำถาม (ที่ไหน) การดูรูปแบบทั้งประโยคพร้อมกับคำคำถามจึงปลอดภัยกว่าการจับแค่คำสำคัญคำเดียว คำศัพท์และโครงสร้างประโยคง่ายมาก และมีเสียงให้ฟังเพียงประโยคเดียว จึงเป็นช่วงที่สั้นและง่ายที่สุดในการฟังของ TOPIK II ทั้งหมด แต่เพราะสั้นเช่นนี้จึงไม่มีโอกาสได้ฟังซ้ำ ต้องรวมสมาธิไว้ที่ประโยคเดียวนั้น และหากเผลอพลาดคำแรกไป ก็ไม่มีเวลาย้อนกลับไปปะติดปะต่อบริบททั้งหมดได้อีก
เลือกคำพูดที่ตามมาได้อย่างเหมาะสม
- -아/어 주시겠어요? — รูปประโยคขอร้องอย่างสุภาพ คำตอบจะตามด้วยการตอบรับ (ค่ะ/ครับ จะ~ให้) หรือการปฏิเสธอย่างสุภาพ (ขอโทษด้วยนะคะ/ครับ แต่ว่า~)
- -아/어 줄 수 있어요? — รูปประโยคขอร้องแบบภาษาพูด ใช้ระหว่างคนที่สนิทกันมากกว่า '-아/어 주시겠어요?' แต่วิธีการตอบเหมือนกัน
- -(으)ㄹ까요? — รูปประโยคชวนที่ถามความเห็นของอีกฝ่าย คำตอบต้องตามด้วยการเห็นด้วย (ดีค่ะ/ครับ, ตกลง) หรือข้อเสนออื่น
- -는 게 어때요? — รูปประโยคชวนที่เสนอความเห็นอย่างนุ่มนวล ตอบด้วยการยอมรับ ปฏิเสธ หรือเสนอทางเลือกอื่น เช่นเดียวกับ '-(으)ㄹ까요?'
- -아/어도 될까요? — รูปประโยคขออนุญาต คำตอบคือการอนุญาต (ได้ค่ะ เชิญเลย/ไม่เป็นไรค่ะ) หรือการไม่อนุญาต (ขอโทษนะคะ แต่ไม่ได้ค่ะ)
- 의문사 질문(언제·어디·왜·얼마나) — ประเภทของคำตอบถูกกำหนดโดยคำคำถามที่ใช้ในประโยค '언제' (เมื่อไหร่) ต้องตอบด้วยเวลา '어디' (ที่ไหน) ต้องตอบด้วยสถานที่ '왜' (ทำไม) ต้องตอบด้วยเหตุผลเท่านั้น
- 혹시 ~아세요?/~있어요? — คำถามที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างระมัดระวัง '혹시' (บังเอิญ/ไม่ทราบว่า) เป็นคำที่เผื่อไว้ล่วงหน้าว่าคำตอบอาจเป็นเชิงปฏิเสธ (ไม่ทราบ) ก็ได้
- -(으)ㄹ래요? — รูปประโยคชวนที่ใช้ระหว่างคนสนิทกัน สำเนียงลำลองกว่ารูปทางการ '-(으)ㄹ까요?' แต่วิธีการตอบ (ยอมรับ/ปฏิเสธ) เหมือนกัน
- -(으)면 좋겠는데요 — รูปประโยคที่แสดงความปรารถนาอย่างอ้อมๆ แทนการขอร้องตรงๆ ชักนำให้ผู้ฟังสังเกตความปรารถนานั้นแล้วลงมือทำ
- 고마워요/미안해요에 대한 관용 응답 — คำตอบรับที่เป็นสำนวนตายตัวจะตามมา เช่น ต่อคำขอบคุณตอบด้วย '아니에요/뭘요' (ไม่เป็นไรค่ะ/นิดหน่อยเอง) ต่อคำขอโทษตอบด้วย '괜찮아요/아니에요' (ไม่เป็นไรค่ะ)
- -잖아요 — รูปประโยคที่ย้ำเตือนข้อเท็จจริงที่อีกฝ่ายก็รู้อยู่แล้ว เพื่ออธิบายหรือประท้วงเบาๆ ตามด้วยปฏิกิริยาต่อข้อเท็จจริงนั้นหรือทางแก้ไข
- 이유를 묻는 '왜 그런지 아세요?' 유형 — คำถามที่อยากรู้เหตุผลต้องตามด้วยคำตอบที่อธิบายสาเหตุ หากตอบด้วยการยืนยันข้อเท็จจริงธรรมดาหรือเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นถือว่าผิด
- รูปคำลงท้ายประโยค (ที่บ่งบอกว่าเป็นคำถาม คำขอร้อง หรือคำชวน)
- คำสำคัญของคำถาม (คำคำถาม เช่น อะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน)
- คำแสดงการตอบรับหรือปฏิเสธต่อคำขอร้องหรือคำชวน
- แยกให้ได้ก่อนว่าประโยคที่ได้ยินเป็นคำถาม คำขอร้อง หรือคำชวน
- หากเป็นคำถาม ให้ตรวจสอบว่าคำคำถามนั้นถามข้อมูลอะไร
- หากเป็นคำขอร้องหรือคำชวน ให้สังเกตทิศทางว่าเอียงไปทางตอบรับหรือปฏิเสธ
- เลือกตัวเลือกที่ทั้งสำเนียงคำพูดและเนื้อหาเป็นธรรมชาติที่สุดจาก 4 ตัวเลือก
- การเลือกตัวเลือกที่เนื้อหาถูกแต่คำสุภาพหรือสำเนียงคำพูดผิดที่ผิดทางจนฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ
- การเลือกตัวเลือกที่ไม่ได้ตอบคำถามจริง แต่แอบเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
เป็นช่วงที่สั้นและง่ายที่สุดในการฟังทั้งหมด หากพลาดใน 5 ข้อนี้จะเสียเปรียบมากที่สุด จึงต้องตอบถูกให้ครบทุกข้อ