คำศัพท์ — ต้องท่องกี่คำ ท่องอย่างไร

ยิ่งรู้คำศัพท์มาก คะแนนก็ยิ่งขึ้นจริง แต่วิธีท่องจำจะทำให้เวลาที่ใช้เท่ากันได้ผลลัพธ์ต่างกันมาก

จะสอบ TOPIK ต้องรู้คำศัพท์กี่คำ

ไม่มีเกณฑ์ทางการที่แน่ชัดเปิดเผยไว้ ตัวเลขแบบ 'รู้เท่านี้คำได้ระดับเท่านี้' มีหลักฐานรองรับน้อย อย่ายึดเป็นเป้าหมาย

เกณฑ์ที่แน่นอนกว่าคือข้อสอบเก่า การทำเครื่องหมายคำที่ไม่รู้ในข้อสอบเก่าจะเผยให้เห็นทันทีว่าตัวเองขาดอะไร

แต่ละทักษะต้องการคำศัพท์ต่างกัน การอ่านข้อ 42-50 ต้องใช้คำนามธรรมจากนวนิยายและบทความวิจารณ์ การฟังข้อ 45-50 ต้องใช้คำศัพท์วิชาการจากการบรรยายและบทสนทนา หากเป้าหมายคือระดับ 3 คำศัพท์ช่วงนี้ลดความสำคัญลงได้

อ่านสมุดคำศัพท์ซ้ำหลายรอบแต่จำไม่ค่อยได้

การอ่านอย่างเดียวจะเกิดแค่ 'ความรู้สึกว่ารู้แล้ว' แต่จริงๆ ดึงมาใช้ไม่ได้ ต้องฝึกดึงความจำ คือปิดความหมายแล้วพยายามนึกเอง

การดึงความจำกลับมาใหม่โดยเว้นช่วงห่างจะติดทนกว่าการทวนซ้ำติดกัน นี่เป็นผลที่ยืนยันจากการทดลองหลายครั้ง

อย่าท่องแค่คำศัพท์เดี่ยวๆ ให้ท่องทั้งประโยค ถ้าท่องแค่ '지원하다' (สมัคร/สนับสนุน) จะไม่รู้ว่าต้องใส่คำช่วยอะไร แต่ถ้าท่องเป็นชุด '장학금을 지원하다 (สมัครทุนการศึกษา) / 회사에 지원하다 (สมัครงานที่บริษัท)' จะนำมาใช้ในการเขียนได้ทันที

ในการ์ดวิธีเรียนของเว็บไซต์นี้ เรื่อง 'ทำไมอ่านสมุดคำศัพท์ซ้ำหลายรอบแล้วยังจำไม่ค่อยได้' อธิบายหลักฐานและวิธีการไว้ละเอียดกว่านี้

ต้องเรียนคำศัพท์จีน (한자어) แยกต่างหากไหม

ไม่จำเป็นต้องเขียนตัวอักษรจีนได้ แต่การรู้หลักการประกอบคำจะช่วยให้เดาคำที่ไม่รู้ได้

เช่นคำที่มี '학(學)' จะเกี่ยวกับการเรียน เช่น 학교 (โรงเรียน) 학생 (นักเรียน) 학습 (การเรียนรู้) 유학 (เรียนต่อต่างประเทศ) 입학 (เข้าเรียน) ส่วน '료(料)' จะเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม เช่น 재료 (วัตถุดิบ) 수수료 (ค่าธรรมเนียม) 무료 (ฟรี)

สำหรับผู้เรียนที่รู้ภาษาจีนหรือญี่ปุ่นถือเป็นข้อได้เปรียบมาก คำนามธรรมในเนื้อเรื่องช่วงหลังของการอ่านส่วนใหญ่เป็นคำศัพท์จีน หากมีสัญชาตญาณนี้จะติดขัดกับคำที่ไม่รู้น้อยลง

แยกคำที่คล้ายกันยาก

ให้แยกด้วย 'คำที่ใช้คู่กัน' ไม่ใช่ความหมาย คำอธิบายในพจนานุกรมอาจดูคล้ายกัน แต่คำที่เข้าคู่กันจริงต่างกัน

'고치다' ใช้กับสิ่งของหรือนิสัย '수리하다' ใช้กับเครื่องจักรหรือสิ่งติดตั้ง '치료하다' ใช้กับโรค ถ้าดูแค่ความหมายจะเหมือนแปลว่า 'ซ่อม/แก้' ทั้งหมด แต่คำที่ใช้คู่กันต่างกัน

ข้อ 3-4 ของการอ่าน (สำนวนที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำขีดเส้นใต้) ถามเรื่องนี้โดยตรง หากท่องเป็นคู่สำนวนแทนที่จะท่องคำเดี่ยวๆ ข้อประเภทนี้จะง่ายขึ้น

ต้องท่องสำนวนหรือสุภาษิตด้วยไหม

ข้อ 21-22 ของการอ่านมีสำนวนออกมา แต่หากเป้าหมายคือระดับ 3 ไม่ใช่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูง

สำนวนถ้าแปลตรงตัวจะผิด '발이 넓다' (เท้ากว้าง) หมายถึงรู้จักคนเยอะ '손이 크다' (มือใหญ่) หมายถึงใช้จ่ายใจกว้าง

ให้เริ่มจากสำนวนที่ออกสอบบ่อยก่อน สำนวนที่มีส่วนของร่างกาย (눈·손·발·귀·입 — ตา มือ เท้า หู ปาก) มักออกสอบบ่อยเป็นพิเศษ