การอ่านมีเวลา 70 นาทีสำหรับ 50 ข้อ เฉลี่ยข้อละ 84 วินาที แต่เนื้อเรื่องจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง หากทำตามลำดับตรงๆ เวลาจะไม่พอแน่นอน
หลักการคือทำช่วงต้นให้เร็วแล้วเก็บเวลาไว้ใช้ช่วงหลัง ด้านล่างคือการแบ่งเวลาที่แนะนำ
หากเป้าหมายคือระดับ 3 การตัดทิ้งข้อ 39 เป็นต้นไปอย่างเด็ดขาด แล้วใช้เวลา 65 นาทีกับ 38 ข้อแรก จะทำให้ได้คะแนนรวมสูงกว่า เพราะทุกข้อให้คะแนนเท่ากันคือ 2 คะแนน จึงไม่มีเหตุผลที่จะจมอยู่กับข้อยากช่วงหลัง
| ช่วงข้อ | เวลาที่แนะนำ | เวลาสะสม |
|---|---|---|
| ข้อ 1-12 (ข้อสั้น) | 10 นาที | 10 นาที |
| ข้อ 13-24 | 15 นาที | 25 นาที |
| ข้อ 25-34 | 15 นาที | 40 นาที |
| ข้อ 35-47 | 20 นาที | 60 นาที |
| ข้อ 48-50 + ฝนคำตอบ | 10 นาที | 70 นาที |
แต่ละประเภทข้อสอบมีวิธีจัดการแบบตายตัวที่ใช้ได้
ข้อ 5-8 (โฆษณา/ป้าย) เพียงจับคำนามคำเดียวในเนื้อเรื่องก็พอ — ถ้าเห็น '몸에 좋은 영양소 / 마셔요' (สารอาหารที่ดีต่อร่างกาย / ดื่มสิ) คำตอบคือนม
ข้อ 9-12 (จับคู่กับประกาศ) ให้อ่านตัวเลือกก่อน แล้วค้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องในเนื้อเรื่องมาเทียบ การอ่านทั้งหมดอย่างละเอียดเป็นการเสียเวลาเปล่า
ข้อ 13-15 (เรียงลำดับประโยค) เพียงใช้หลักที่ว่าประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำชี้ (이·그 นี้/นั้น) หรือคำเชื่อม (그래서·하지만 ดังนั้น/แต่) ไม่สามารถเป็นประโยคแรกได้ ก็จะคัดตัวเลือกออกได้ครึ่งหนึ่งทันที
ให้เดาทันทีแล้วข้ามไป หากยังจมอยู่กับข้อนั้นจะพลาดข้อถัดไปด้วย
เสียงในการฟังจะเปิดเพียงครั้งเดียวและย้อนกลับไม่ได้ ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือพยายามกู้ข้อเดียวแต่กลับเสียไปสองข้อ
มี เพราะข้อสอบฟังของ TOPIK พิมพ์ตัวเลือกไว้ในกระดาษข้อสอบ หากอ่านไว้ก่อนที่เสียงจะเริ่ม จะรู้ล่วงหน้าว่าต้องฟังอะไร
ระหว่างที่มีการประกาศเริ่มสอบ ให้กวาดสายตาดูตัวเลือกข้อ 1-8 ไว้ก่อน และในช่วงพักระหว่างแต่ละข้อ ให้ดูตัวเลือกของข้อถัดไปก่อนเสมอ สำหรับข้อชุดคู่ตั้งแต่ข้อ 21 เป็นต้นไป ให้ดูตัวเลือกทั้งสองข้อพร้อมกันก่อนฟัง