แผนการเรียน — ใช้เวลาเท่าไร เรียงลำดับอย่างไร

ระยะเวลาที่ต้องใช้ต่างกันมากในแต่ละคน สิ่งที่พูดได้แน่ชัดคือ 'ทำอะไรก่อนจะให้ผลตอบแทนสูงกว่า'

กว่าจะถึง TOPIK ระดับ 3 ใช้เวลานานแค่ไหน

ตอบตรงๆ คือบอกตัวเลขที่แน่ชัดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับภาษาแม่ สภาพแวดล้อมการเรียน และเวลาต่อสัปดาห์ ต่างกันได้หลายเท่าตัว

โดยทั่วไปเป็นที่รู้กันว่าการเรียนแบบเข้มข้นขณะอาศัยอยู่ในเกาหลีกับการเรียนไม่กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในต่างประเทศต่างกันมาก แต่นี่เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่การรับประกัน

ตัวชี้วัดที่แน่นอนกว่าระยะเวลาคือข้อสอบเก่า การลองทำข้อสอบเก่าหนึ่งชุดในเวลาจริงจะบอกว่าตอนนี้ได้กี่คะแนน เหลืออีกกี่คะแนนถึงเป้าหมายคือจุดเริ่มต้นของแผน

เริ่มเรียนจากอะไรจะได้ผลมากที่สุด

เรียงตามผลตอบแทน คือ การเขียนข้อ 51-52 → ช่วงต้นของการฟังและการอ่าน → การเขียนข้อ 53

ข้อ 51-52 ให้ 20 คะแนนจากแค่สองประโยค เพียงจดจำรูปประโยคสำเร็จรูปก็พอ จึงเป็นช่วงที่ให้ผลตอบแทนต่อความพยายามสูงที่สุดในข้อสอบทั้งชุด

ช่วงต้นของการฟังและการอ่านมีความยากต่ำ จึงเพิ่มอัตราตอบถูกได้ง่าย แต่ให้คะแนนเท่ากับช่วงหลังคือ 2 คะแนน ย่อมคุ้มค่ากว่าการจมอยู่กับข้อยากเสมอ

ต้องทำข้อสอบเก่ากี่ชุด

วิเคราะห์หนึ่งชุดให้ละเอียดดีกว่าทำเยอะๆ แบบผ่านๆ หากตรวจแล้วผ่านไปเฉยๆ จะพลาดข้อประเภทเดิมอีกในชุดถัดไป

ทุกข้อที่ผิด ให้จดว่า 'ทำไมถึงเลือกตัวเลือกนั้น' ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่รู้คำศัพท์ พลาดไวยากรณ์ หรือเวลาไม่พอ วิธีแก้จะต่างกันโดยสิ้นเชิง

อย่างน้อยควรลองทำทั้งชุดในเวลาจริงสักครั้ง (ฟัง 60 นาที / เขียน 50 นาที / อ่าน 70 นาที) คะแนนที่มีและไม่มีแรงกดดันเรื่องเวลาต่างกันมาก

ในการ์ดวิธีเรียนของเว็บไซต์นี้ เรื่อง 'ทำข้อสอบเก่าแล้วแค่ตรวจคะแนน ทำไมถึงไม่ค่อยพัฒนา' พูดถึงวิธีวิเคราะห์ไว้

เรียนด้วยตัวเองได้ไหม

การฟัง การอ่าน และการเขียนข้อ 51-53 เตรียมตัวด้วยตนเองได้เพียงพอ เพราะคำตอบตายตัว จึงตรวจและปรับแก้ด้วยตัวเองได้

ส่วนที่ยากคือการเขียนข้อ 54 เพราะเป็นเรียงความ ตรวจให้ตัวเองยาก ต้องมีคนช่วยแก้ไข แต่หากเป้าหมายคือระดับ 3 กลยุทธ์ที่เน้นแค่ความยาวและรูปแบบของข้อ 54 ยังใช้ได้ผล ข้อจำกัดของการเรียนด้วยตัวเองจึงไม่มากนัก

การพูดไม่ได้อยู่ในขอบเขตข้อสอบ แต่หากเป้าหมายคือการสนทนาจริง จำเป็นต้องมีคู่สนทนา ควรมองคะแนน TOPIK กับความสามารถในการพูดเป็นคนละเรื่องกัน

หนึ่งสัปดาห์ก่อนสอบควรทำอะไร

แทนที่จะเรียนสิ่งใหม่ ให้ใช้เวลาฝึกดึงสิ่งที่รู้อยู่แล้วออกมาใช้

รูปประโยคข้อ 51-52 และโครงข้อ 53 ของการเขียนให้คะแนนได้ทันทีแม้จะใกล้สอบแล้ว ให้ทบทวนทั้งสองอย่างด้วยการเขียนด้วยมือซ้ำๆ

จดแผนการแบ่งเวลาลงกระดาษแล้วท่องจำ เช่น ข้ออ่าน 1-12 ใช้ 10 นาที ข้อ 13-24 ใช้ 15 นาที ยิ่งลดการตัดสินใจในห้องสอบได้มากเท่าไร ความผิดพลาดก็ยิ่งลดลง

ฝึกฟังในช่วงเวลาเดียวกับเวลาสอบจริง ถ้าสอบตอนเช้า ควรฟังเสียงในตอนเช้าเพื่อปรับหูให้ชิน