TOPIK II การอ่าน — ทำไมเวลาไม่พอ และวิธีจัดการแต่ละประเภท

การอ่านมีเวลา 70 นาทีสำหรับ 50 ข้อ เฉลี่ยข้อละ 84 วินาที แต่เนื้อเรื่องจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง หากไม่ประหยัดเวลาตั้งแต่ต้น เวลาจะไม่พอแน่นอน จุดสำคัญคือต้อง 'อ่านต่างวิธี' ตามแต่ละประเภทข้อ

การอ่านมีโครงสร้างอย่างไร

50 ข้อ 100 คะแนน 70 นาที เช่นเดียวกับการฟัง ทุกข้อให้คะแนนเท่ากันคือ 2 คะแนน

ข้อ 1-12 เป็นประโยคสั้น โฆษณา ประกาศ ยิ่งไปข้อหลังจะยาวขึ้นเป็นบทความอธิบาย เรียงความ และนวนิยาย ตั้งแต่ข้อ 42 เป็นช่วงยากที่สุดที่ต้องใช้คำศัพท์ระดับ 6

ช่วงข้อประเภทความยาก
1-4ไวยากรณ์เติมคำ · สำนวนใกล้เคียงง่าย-ปานกลาง
5-8เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร (โฆษณา · ป้าย)ง่าย
9-12เนื้อหาตรงกัน — ประกาศ กราฟ ข่าวปานกลาง
13-18เรียงลำดับประโยค · เนื้อหาช่องว่างปานกลาง
19-27คำเชื่อม · สำนวน · เรียงความ · หัวข้อข่าวปานกลาง-ค่อนข้างยาก
28-41ช่องว่างในบทความอธิบาย · เนื้อหาตรงกัน · หัวข้อ · ตำแหน่งประโยคยาก
42-50นวนิยาย · ทัศนคติผู้เขียน · จุดประสงค์ยากที่สุด

ทำไมข้อ 5-8 (โฆษณา·ป้าย) ถึงผิดบ่อย

เพราะอ่านทั้งหมด ข้อประเภทนี้เพียงจับคำนามคำเดียวก็จบ

ถ้าเห็น '몸에 좋은 영양소 / 매일 아침 한 잔' (สารอาหารที่ดีต่อร่างกาย / วันละแก้วทุกเช้า) คำตอบคือนม ถ้าเห็น '흔들리지 않게 / 안전하게 보관' (ไม่ให้สั่นคลอน / เก็บอย่างปลอดภัย) คือบรรจุภัณฑ์หรือการขนย้าย เพียงดูคำนามและคำกริยาหลักคำละหนึ่งคำก็พอ

หากตัวเลือกเป็นคำนามธรรม (สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย) ก็เพียงตัดสินว่าคำที่เป็นรูปธรรมในเนื้อเรื่องอยู่หมวดไหน ไม่จำเป็นต้องแปลทั้งประโยค

ข้อ 13-15 เรียงลำดับประโยคแก้อย่างไร

ตัดตัวเลือกที่เป็นประโยคแรกไม่ได้ออกก่อน หลักการนี้อย่างเดียวก็คัดตัวเลือกออกได้ครึ่งหนึ่ง

ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำชี้ (이·그·저) หรือคำเชื่อม (그래서·하지만·그러나) ต้องมีเนื้อหาก่อนหน้าให้รับ จึงเป็นประโยคแรกไม่ได้

จากนั้นเชื่อมลำดับตามว่าคำชี้นั้นชี้ไปที่อะไร ถ้ามี '그 방법은' (วิธีนั้น) ก่อนหน้าต้องมีประโยคที่แนะนำวิธีนั้นมาก่อน

การเติมช่องว่าง (16-18, 28-31) มีเทคนิคไหม

ให้ตรวจความสัมพันธ์เชื่อมโยงก่อนและหลังช่องว่างก่อน สิ่งที่ต้องดูก่อนไม่ใช่ว่าจะเติมคำไหน แต่คือคำที่จะเติมต้องแสดงความสัมพันธ์แบบใด

ถ้ามี '그러나·하지만' (แต่) จะตรงข้ามกับเนื้อหาก่อนหน้า ถ้ามี '그래서·따라서' (ดังนั้น) จะเป็นผลลัพธ์ ถ้ามี '예를 들어' (ตัวอย่างเช่น) จะเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

ถ้ามี '아무리' (ไม่ว่าจะ...แค่ไหนก็ตาม) ข้างหลังต้องมีสำนวนแสดงการยอมรับ (-아/어도) ตามมาเสมอ การรู้ความสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยให้จำกัดคำตอบได้แม้จะไม่เข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมด

วิธีที่แน่นอนที่สุดคือลองใส่แต่ละตัวเลือกลงในช่องว่างแล้วอ่านดู ตัดตัวเลือกที่ฟังดูขัดๆ ออกก่อน

ข้อ 39-41 'ตำแหน่งที่ประโยคควรอยู่' หาอย่างไร

หาคำชี้และคำเชื่อมในประโยคที่โจทย์ให้มาก่อน สิ่งนั้นจะกำหนดตำแหน่ง

ถ้ามี '이러한 이유로' (ด้วยเหตุผลเหล่านี้) จะอยู่หลังจุดที่มีการกล่าวถึงเหตุผลมาก่อน ถ้ามี '그러나' (แต่) จะเป็นจุดที่เนื้อหาก่อนหลังกลับด้านกัน

หากไม่มีคำชี้ ให้หาจุดที่กระแสของเนื้อเรื่องขาดตอน คำตอบที่ถูกต้องคือตำแหน่งที่เมื่อใส่ประโยคเข้าไปแล้วเนื้อหาก่อนหลังเชื่อมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

ข้อ 42-43 เกี่ยวกับนวนิยาย เลือกความรู้สึกของตัวละครไม่ได้

ความรู้สึกไม่ได้บรรยายตรงๆ แต่เผยผ่านการกระทำและสถานการณ์ ให้ย้อนหาอารมณ์จาก 'สิ่งที่ตัวละครทำ'

ควรจับคู่การกระทำกับอารมณ์ไว้ล่วงหน้า เช่น มองออกไปนอกหน้าต่างเงียบๆ → ความรู้สึกอึดอัดหรือเสียใจ มองนาฬิกาซ้ำๆ → ความกระวนกระวาย ยิ้มแล้วหลบคำตอบ → ความลำบากใจ

หากไม่รู้คำศัพท์เกี่ยวกับความรู้สึกเลย ก็แก้ไม่ได้ ควรแยกรวบรวมคำคุณศัพท์แสดงอารมณ์ที่ออกบ่อยไว้ต่างหาก เช่น 서운하다 (รู้สึกน้อยใจ) 난처하다 (รู้สึกลำบากใจ) 황당하다 (รู้สึกงุนงง) 뿌듯하다 (รู้สึกภูมิใจ) 안쓰럽다 (รู้สึกสงสาร) 홀가분하다 (รู้สึกโล่งใจ)

เวลาไม่พอตลอด ควรทำอย่างไร

เพราะพยายามทำให้ครบทุกข้อ หากเป้าหมายคือระดับ 3 การตัดข้อ 39 เป็นต้นไปทิ้ง แล้วทุ่มเวลาให้ 38 ข้อแรกจะได้คะแนนรวมสูงกว่า

เพราะทุกข้อให้คะแนนเท่ากันคือ 2 คะแนน ข้อยากช่วงหลังกับข้อง่ายช่วงต้นจึงมีค่าเท่ากัน การจมอยู่กับข้อยากจึงขาดทุน

ต้องเหลือเวลาสำหรับฝนคำตอบเสมอ หากวางแผนให้ 10 นาทีสุดท้ายไว้เดาข้อที่เหลือและย้ายคำตอบลงกระดาษคำตอบ จะป้องกันอุบัติเหตุ 'ทำครบแต่ฝนคำตอบไม่ทัน'