TOPIK II การฟัง — แต่ละประเภทต้องฟังอะไร

การฟังเปิดเสียงเพียงครั้งเดียวและย้อนกลับไม่ได้ ดังนั้นกลยุทธ์จึงไม่ใช่ 'ฟังให้เข้าใจทั้งหมด' แต่คือ 'กำหนดล่วงหน้าว่าต้องรอฟังอะไร' ข้อสอบ 20 ประเภทแต่ละแบบมีสัญญาณที่ต้องจับต่างกัน

การฟังมีโครงสร้างอย่างไร

50 ข้อ 100 คะแนน 60 นาที ทุกข้อให้คะแนนเท่ากันคือ 2 คะแนน ข้อ 1 กับข้อ 50 จึงมีค่าเท่ากัน

ยิ่งไปข้อหลังยิ่งยากขึ้น ตั้งแต่ข้อ 21 เป็นต้นไปจะเป็นข้อชุดที่มีสองข้อผูกกับเสียงเดียวกัน และตั้งแต่ข้อ 45 จะเป็นการบรรยายและสนทนาที่ยากที่สุด

หากเป้าหมายคือระดับ 3 เพียงจับข้อ 1-20 ให้แม่นก็จะได้คะแนนฟัง 40 คะแนนแล้ว

ช่วงข้อประเภทความยาก
1-3ฟังบทสนทนาแล้วเลือกภาพหรือกราฟง่าย
4-8เลือกคำพูดที่ต่อเนื่องได้ง่าย
9-12เลือกการกระทำถัดไปง่าย-ปานกลาง
13-20เนื้อหาตรงกัน · ความคิดหลักปานกลาง
21-30ข้อชุด (ความคิดหลัก · เจตนา · อาชีพ)ปานกลาง-ค่อนข้างยาก
31-44สารคดี · บทสนทนา · การบรรยาย · สารคดีเชิงลึกยาก
45-50การบรรยาย · บทสนทนา (เนื้อหาตรงกัน + ทัศนคติ·วิธีพูด)ยากที่สุด

ข้อ 1-3 (เลือกภาพ) แก้อย่างไร

ก่อนเสียงจะเริ่ม ให้ดูภาพทั้ง 4 ภาพก่อน หากรู้ล่วงหน้าว่าภาพต่างกันตรงไหน ก็แค่ฟังจุดที่ต่างนั้น

ช่วงต้นของบทสนทนาจะมีคำนามบอกสถานที่หรือการกระทำเสมอ เพียงจับคำนามคำนั้นคำเดียวก็ตัดสินคำตอบได้

ข้อ 3 ไม่ใช่ภาพแต่เป็นกราฟ ให้ฟังเพียงว่ากำลังพูดถึงสามอย่างนี้อย่างไหน คือ เพิ่มขึ้น-ลดลง อันดับ 1 หรือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ

ข้อ 9-12 'การกระทำถัดไป' ต้องฟังอะไร

ให้จดจ่อที่คำพูดสุดท้ายของบทสนทนา ช่วงต้นเป็นเพียงการอธิบายสถานการณ์ คำตอบอยู่ที่ท้าย

คำตอบจะตามหลังสำนวนอย่าง '그럼 ~할게요 (ถ้าอย่างนั้นจะทำ...) / ~해 주시겠어요? (ช่วย...ให้หน่อยได้ไหม) / ~부터 하죠 (เริ่มจาก...กันเถอะ) / 제가 ~할게요 (ฉันจะทำ...)' ทันที

'-(으)ㄹ게요' หมายถึงผู้พูดจะทำการกระทำนั้นเอง ส่วน '-아/어 주시겠어요?' เป็นการกระทำที่อีกฝ่ายจะทำ ให้ตรวจโจทย์ก่อนว่าถามถึงฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือมองว่าทุกการกระทำที่พูดถึงในบทสนทนาเป็นตัวเลือกคำตอบหมด ต้องแยกระหว่าง 'สิ่งที่ทำไปแล้ว' กับ 'สิ่งที่จะทำต่อไป'

ข้อ 17-20 'ความคิดหลัก' จับอย่างไร

คำตอบคือประโยคที่ตามหลังคำสัญญาณ อย่าพยายามเข้าใจบทสนทนาทั้งหมด ให้รอฟังประโยคนั้น

คำสัญญาณคือ '그래서 (ดังนั้น) / 제 생각에는 (ในความคิดของฉัน) / ~하는 게 좋다고 봐요 (คิดว่าทำ...ดีกว่า) / ~해야 한다고 생각해요 (คิดว่าควรทำ...) / 그러니까 (เพราะฉะนั้น)' พอคำเหล่านี้ปรากฏ ให้จดจ่อกับสิ่งที่ตามมาทันที

โดยทั่วไปสองคนจะแสดงความคิดเห็นต่างกัน แต่โจทย์จะถามความคิดของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น ให้ตรวจก่อนว่าถามถึงฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง แล้วจดจ่อเฉพาะคำพูดของคนนั้น

ตั้งแต่ข้อ 21 สองข้อจะผูกกับเสียงเดียวกัน รับมืออย่างไร

ก่อนเสียงจะเริ่ม ให้อ่านตัวเลือกของทั้งสองข้อพร้อมกัน เพราะต้องฟังครั้งเดียวแล้วทำทั้งสองข้อ จึงต้องกำหนดล่วงหน้าว่าจะฟังอะไร

ข้อชุดมักจับคู่ข้อ 'ความคิดหลัก·เจตนา·ทัศนคติ' กับข้อ 'เนื้อหาตรงกัน' ข้อแรกถามจุดยืนของผู้พูด ข้อหลังถามข้อเท็จจริง

ข้อเนื้อหาตรงกัน ให้ตัดตัวเลือกออกทีละข้อระหว่างฟัง หากรอฟังจบแล้วค่อยนึกย้อนจะพลาดรายละเอียด

ข้อ 45-50 ยากมาก จำเป็นต้องทำให้ได้ไหม

หากเป้าหมายคือระดับ 3 ตัดทิ้งได้เลย เป็นช่วงที่ยากที่สุดและให้คะแนนเท่าข้ออื่นคือ 2 คะแนน

แต่ต้องเดาเสมอ หากเดาทั้ง 6 ข้อ ค่าคาดหวังคือ 3 คะแนน

หากตั้งเป้าระดับ 5 ขึ้นไป เรื่องจะต่างออกไป ช่วงนี้มีข้อที่ถาม 'วิธีพูด' และ 'ทัศนคติ' ของผู้พูดติดมาด้วย แม้ฟังเนื้อหาไม่ครบ เพียงจับได้ว่าผู้พูดวิจารณ์ เสนอแนะ หรือกังวลใจ ก็เก็บได้อีกหนึ่งข้อ

จะเพิ่มคะแนนการฟัง แค่ฟังเยอะๆ พอไหม

ฟังผ่านๆ อย่างเดียวมักไม่ค่อยขึ้น เพราะได้ยินกับเข้าใจเป็นคนละเรื่องกัน

การเขียนตามคำบอก (딕테이션) และการพูดตาม (섀도잉) ได้ผลดี หากหยุดเสียงข้อสอบเก่าทีละประโยค เขียนตามแล้วเทียบกับสคริปต์ จะเห็นชัดว่าตัวเองฟังอะไรไม่ทัน ส่วนใหญ่มักเป็นคำช่วย คำลงท้าย และเสียงเชื่อม (연음)

หากปัญหาคือความเร็ว ให้เริ่มที่ 0.75 เท่าแล้วค่อยเพิ่มเป็นความเร็วปกติ เส้นทางการเรียนของเว็บไซต์นี้มีเสียงแยกตามประเภทข้อให้ฝึกด้วยวิธีเดียวกัน