ไวยากรณ์เกาหลี — จุดที่ผู้เรียนติดขัดมากที่สุด

คำถามที่รวบรวมไว้ที่นี่คือคำถามที่ผู้เรียนภาษาเกาหลีถามกันมากที่สุดจริงๆ ไม่ใช่การท่องจำกฎ แต่ต้องเข้าใจว่า 'ใช้คำพูดนั้นในสถานการณ์แบบไหน' จึงจะแก้ได้

'은/는' กับ '이/가' ต่างกันอย่างไร

เป็นคำถามที่ผู้เรียนภาษาเกาหลีถามมากที่สุด ไม่สามารถสรุปด้วยกฎสองสามข้อ แต่ขึ้นอยู่กับว่าประโยคนั้นต้องการจะสื่ออะไร

'이/가' ใช้กับข้อมูลที่เพิ่งปรากฏใหม่ หรือใช้ชี้เจาะจงว่า 'ใครเป็นคนทำ' ส่วน '은/는' ใช้ยกสิ่งที่รู้อยู่แล้วขึ้นเป็นหัวข้อ หรือใช้เปรียบเทียบกับสิ่งอื่น

ความรู้สึกที่ง่ายที่สุดมาจากคำตอบ '누가 왔어요? (ใครมา)' ตอบว่า '민수가 왔어요 (มินซูมา)' — เพราะถามว่า 'ใคร' จึงใช้ '이/가' ในทางกลับกัน '민수는 뭐 해요? (มินซูทำอะไรอยู่)' เพราะมินซูเป็นหัวข้อที่รู้อยู่แล้ว จึงใช้ '은/는'

สถานการณ์คำช่วยที่ใช้ตัวอย่าง
สิ่งที่ปรากฏครั้งแรก이/가옛날에 한 할머니가 살았어요 (กาลครั้งหนึ่งมียายแก่คนหนึ่งอาศัยอยู่...)
สิ่งที่เคยกล่าวถึงแล้ว (หัวข้อ)은/는그 할머니는 마음이 착했어요 (ยายคนนั้นใจดี)
คำตอบของ '누가' (ใคร)이/가누가 했어요? — 제가 했어요 (ใครทำ — ฉันทำเอง)
เปรียบเทียบสองสิ่ง은/는형은 키가 크고 동생은 작아요 (พี่ชายตัวสูง น้องชายตัวเตี้ย)
ประธานในอนุประโยค이/가비가 와서 못 갔어요 (ไปไม่ได้เพราะฝนตก)

เหตุผลที่แนะนำตัวด้วย '저는 김민수입니다 (ผม/ดิฉันคือคิมมินซู)' ก็เช่นเดียวกัน — เพราะเป็นการยกตัวเองขึ้นเป็นหัวข้อ ส่วน '제가 김민수입니다' จะกลายเป็นการชี้เจาะจงว่า 'ผมเอง' คือคนคนนั้นในบรรดาหลายคน

ทำไมคนเกาหลีถึงมักละคำช่วยเวลาพูด

เพราะในบทสนทนาประจำวันแม้จะละคำช่วยก็ยังสื่อความหมายได้ '밥 먹었어? (กินข้าวหรือยัง)' คือ '밥을 먹었어?' ที่ตัด '을' ออก

สิ่งที่ละได้คือตอนที่บริบทบอกบทบาทชัดเจนอยู่แล้ว '을/를' กับ '이/가' มักถูกละบ่อย แต่คำช่วยที่กำหนดความหมาย เช่น '에게·에서·으로' จะไม่ถูกละเพราะความหมายจะเปลี่ยนไป

แต่ในการเขียน TOPIK อย่าละคำช่วย ข้อ 51-54 ตรวจให้คะแนนตามมาตรฐานภาษาเขียน จึงต้องเขียนประโยคที่สมบูรณ์พร้อมคำช่วยครบถ้วน

ระดับความสุภาพมีเยอะมาก ควรเริ่มจากอะไรก่อน

เพียงทำ '해요체' (รูปสุภาพทั่วไป) ให้แม่นอย่างเดียวก็แก้สถานการณ์ส่วนใหญ่ได้ เป็นสำนวนที่ปลอดภัยที่สุดกับคนแปลกหน้า

'합니다체(-습니다)' (รูปทางการ) ใช้ในที่ที่ต้องการความเป็นทางการ เช่น การนำเสนอ ข่าว กองทัพ เอกสารราชการ ข้อ 51-54 ของการเขียน TOPIK ก็ใช้รูปนี้เช่นกัน

반말 (คำพูดไม่สุภาพ, -아/어) ใช้กับเพื่อนสนิทหรือคนที่อายุน้อยกว่าเท่านั้น หากใช้กับคนที่เพิ่งรู้จักอาจทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ควรรอให้อีกฝ่ายเสนอ '말 놓자 (พูดแบบสบายๆ กันเถอะ)' ก่อนจะปลอดภัยกว่า

ระดับคำพูดตัวอย่างใช้ในที่ใด
합니다체감사합니다 / 하겠습니다 (ขอบคุณครับ/ค่ะ / จะทำครับ/ค่ะ)การนำเสนอ · เอกสารราชการ · การเขียน TOPIK
해요체감사해요 / 할게요 (ขอบคุณค่ะ/ครับ / จะทำนะ)สุภาพในชีวิตประจำวัน — ปลอดภัยที่สุด
반말고마워 / 할게 (ขอบคุณนะ / จะทำนะ)เพื่อนสนิท · คนอายุน้อยกว่า

ในคำพูดสุภาพมีสองส่วนแยกกัน คือการยกย่องผู้ฟัง (ระดับคำพูด) กับการยกย่องประธานของประโยค (-시-) เช่น '사장님이 오셨어요 (ท่านประธานมาแล้ว)' '-시-' คือการยกย่องตัวประธานของประโยค

'-아/어서' กับ '-(으)니까' ต่างก็แสดงเหตุผล ต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่คำพูดที่ตามมาข้างหลัง หลัง '-아/어서' จะใช้ประโยคคำสั่งหรือชักชวนไม่ได้

'늦어서 미안해요 (ขอโทษที่มาสาย)' ใช้ได้ แต่ '늦어서 빨리 가세요' (รีบไปเพราะมาสาย) ผิด กรณีนี้ต้องพูดว่า '늦었으니까 빨리 가세요'

อีกจุดหนึ่งคือคำทักทาย ขอบคุณ หรือขอโทษ มักใช้ '-아/어서' ตามธรรมเนียม — '와 주셔서 감사합니다 (ขอบคุณที่มา)' ฟังเป็นธรรมชาติ ส่วน '와 주셨으니까 감사합니다' ฟังดูขัดๆ

-아/어서-(으)니까
ตามด้วยคำสั่ง·ชักชวนได้ไหมไม่ได้ได้
ผสมกับอดีต '-았/었-' ได้ไหมไม่ได้ (늦어서 ○ / 늦었어서 ✕)ได้ (늦었으니까)
ใช้ในคำขอบคุณ·ขอโทษเป็นธรรมชาติฟังขัดๆ

'-고' กับ '-아/어서' ที่แสดงลำดับเหตุการณ์ แยกกันอย่างไร

เกณฑ์คือการกระทำแรกเชื่อมต่อกับการกระทำหลังหรือไม่

'손을 씻고 밥을 먹었어요 (ล้างมือแล้วกินข้าว)' คือสองการกระทำเกิดขึ้นตามลำดับธรรมดา มือที่ล้างแล้วไม่ได้เชื่อมโยงตรงกับการกินข้าว

'의자에 앉아서 책을 읽었어요 (นั่งบนเก้าอี้แล้วอ่านหนังสือ)' คือการอ่านเกิดขึ้นในขณะที่ยังคงสภาพนั่งอยู่ ผลของการกระทำแรกกลายเป็นเงื่อนไขของการกระทำหลัง

ดังนั้น '집에 가서 잤어요 (กลับบ้านแล้วนอน)' ใช้ได้ แต่ '집에 가고 잤어요' ฟังขัดๆ เพราะเป็นการนอนในสภาพที่กลับถึงบ้านแล้ว

'-았/었-' กับ '-고 있었-' ต่างกันอย่างไร

'-았/었-' คือสิ่งที่จบไปแล้ว ส่วน '-고 있었-' คือสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้น

'어제 책을 읽었어요 (เมื่อวานอ่านหนังสือ)' หมายถึงอ่านจบแล้วหรือการอ่านสิ้นสุดลง ส่วน '어제 책을 읽고 있었어요 (เมื่อวานกำลังอ่านหนังสืออยู่)' หมายถึงกำลังอ่านอยู่ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

'-고 있다' บางครั้งก็แสดงสภาพด้วย '안경을 쓰고 있어요 (ใส่แว่นอยู่)' ไม่ใช่การกระทำสวมแว่นตอนนี้ แต่คือสภาพที่สวมอยู่ คำกริยาประเภทสวมใส่หรือถือครองอย่าง 입다 (ใส่เสื้อผ้า) 신다 (ใส่รองเท้า) 쓰다 (สวมบนศีรษะ) 들다 (ถือ) ก็เป็นแบบนี้

สับสนระหว่างกรรมวาจกกับการุณวาจก (ประโยคถูกกระทำกับประโยคให้ทำ)

กรรมวาจกคือ 'การถูกกระทำ' การุณวาจกคือ 'การสั่งให้ทำ'

'문이 열렸다 (ประตูถูกเปิด)' คือประตูถูกกระทำให้เปิด (กรรมวาจก) ส่วน '내가 문을 열었다 (ฉันเปิดประตู)' คือฉันเป็นผู้ทำเอง '아이에게 옷을 입혔다 (ให้เด็กใส่เสื้อผ้า)' คือฉันสั่งให้เด็กใส่ (การุณวาจก)

ยากเพราะรูปคำซ้อนทับกัน '보이다' ใช้ได้ทั้ง '보인다' (มองเห็น — กรรมวาจก) และ '보여 준다' (แสดงให้ดู — การุณวาจก) แทนที่จะท่องจำตามรูปคำ ควรตัดสินจากในประโยคว่าใครเป็นผู้กระทำจริง

ใน TOPIK กรรมวาจกปรากฏบ่อยในเนื้อเรื่องการอ่าน รูปประโยคอย่าง '~로 알려져 있다 (เป็นที่รู้จักว่า...) / ~라고 불린다 (ถูกเรียกว่า...) / ~에 의해 ~되었다 (ถูก...โดย...)' เป็นโครงสร้างพื้นฐานของบทความอธิบาย รู้ไว้จะอ่านได้เร็วขึ้น

ทำไมการพูดทางอ้อม ('-다고 하다') ถึงซับซ้อนขนาดนี้

เพราะรูปคำเปลี่ยนไปตามประเภทประโยค เร็วกว่าถ้าจัดเป็นตารางแล้วท่องจำไปทั้งชุด

ในบทสนทนาจริงมักได้ยินรูปย่อมากกว่า — '간다고 해요' ย่อเป็น '간대요' '가냐고 해요' ย่อเป็น '가냬요' รูปย่อเหล่านี้ออกบ่อยในการฟัง

ประเภทประโยครูปแบบตัวอย่าง
บอกเล่า (กริยา)-ㄴ/는다고 하다간다고 했어요 (บอกว่าจะไป)
บอกเล่า (คุณศัพท์)-다고 하다춥다고 했어요 (บอกว่าหนาว)
คำถาม-냐고 하다가냐고 물었어요 (ถามว่าจะไปไหม)
คำสั่ง-(으)라고 하다가라고 했어요 (บอกให้ไป)
ชักชวน-자고 하다가자고 했어요 (ชวนให้ไป)